Worachet's profileชายแขกดอยPhotosBlogLists Tools Help

Worachet Khieochan

Occupation
Location
ได้ทำงานที่ตัวเองรัก....สุขใจนักหนา
Photo 1 of 6
There are no categories in use.
18 April

สงกรานต์...คราบน้ำตา (1)

สงกรานต์คราบน้ำตา(1)

 

ขอให้แม่สุขภาพแข็งแรงนะครับ เสียงสั่นของฉันที่พยายามกลั้นอะไรไว้บางอย่างเพื่อพูดให้จบประโยค

ขอให้ลูกมีความสุข และเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานนะสิ้นเสียงนี้ก็มีเสียงสะอื้นทะลักออกมาจากแม่ของฉัน

 

แล้วทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบ  แม้เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาที  แต่นี่แหละ...เสียงของใจสองดวงที่ส่งถึงกัน

 

แล้วสัญญาณของคลื่นโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือก็ได้ตัดขาดหายไป  เมื่อฉันกดปุ่มตัวสีแดง  แต่สัญญาณคลื่นของหัวใจ ที่ฉันกับแม่กำลังส่งผ่านถึงกันนั้นหาได้ตัดขาดกันไม่  ไม่สามารถมีปุ่มไหนในโลกนี้ที่จะมาตัดสัญญาณของคลื่นหัวใจสองดวงนี้ไปได้

 

คลื่นหัวใจหลังจากตัดคลื่นสัญญาณของโทรศัพท์  ก็แปลเปลี่ยนเป็นคลื่นของน้ำตาที่กำลังหลั่งไหลบนใบหน้าของฉัน กับตึกสูงที่ฉันนั่งอยู่เพียงลำพังในเมืองกรุงที่หาความสงบไม่ค่อยเจอ

 

คลื่นน้ำตาที่กำลังมาเยือนฉัน ฉันรู้สึกสับสนว่ามันมาเยือนฉันในสาเหตุอะไร  หรือว่ามีหลายสาเหตุ ฉันรู้สึกว่าสงกรานต์ปีที่แล้ว ครอบครัวของฉันอยู่กันพร้อมกันและร่วมตักน้ำจากบ่อใส่กะละมังแล้วช่วยกันอาบน้ำให้กับพ่อและแม่ อย่างสนุกสาน

 

แต่!!!!

 

ปีนี้ที่ฉันนั่งอยู่เพียงลำพัง แม่ของฉันก็นั่งอยู่เพียงลำพังเช่นกัน ขาดคนคู่ใจอย่างพ่อของฉันที่ได้จากฉันไปเมื่อปีที่แล้ว  ไม่มีพ่อฉันนั่งอาบน้ำอยู่ด้วย  ไม่มีลูกไปอาบน้ำให้  ทุกอย่างคือความลำพัง

 

ฉันเริ่มโทษตัวเองว่าฉันคิดอะไรอยู่  เพียงการกลับบ้านเพื่อไปสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับแม่ของฉนในเวลาที่ท่านอยู่เพียงลำพัง ฉันทำไม่ได้หรือ

 

นี่คือ!!! น้ำตาที่ลงโทษตัวฉันเอง  หรือเป็นน้ำตาแห่งสายสัมพันธ์ของหัวใจที่ส่งผ่านไปถึงแม่ และส่งผ่านไปหาพ่อที่จากไปของฉัน

 

และเวลาก็เป็นของฉัน !!!!

13 March

“งานแต่งงาน” ของเพื่อนฉัน


“งานแต่งงานของเพื่อนฉัน"
 
“รถทัวร์บริษัททรัพย์ไพศาลทัวร์”  พาหนะขนาดใหญ่ที่นำพาฉัน จากกรุงเทพมหานคร จนมาถึงจังหวัดพัทลุง
 
“รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง” ที่รอผู้โดยสารอยู่ที่สี่แยกโพธิ์ทอง  อำเภอควนขนุน  ฉันเรียกมอเตอร์ไซด์บอกว่าฉันจะไป บ้านท่ายูง  200 บาท คือ ราคาที่มอเตอร์ไซด์บอกกับฉัน ฉันก็ทะลึ่งต่อรองทั้ง ๆที่รู้มีระยะทางที่ไกล ให้เหลือ 150 บาท แต่มอเตอร์ไซด์ก็ยังไม่ยอม “160 บาท แล้วกัน  มันไกลมาก” ฉันยอม แล้วมอเตอร์ไซด์ก็พาฉันขึ้นเหนือ เพราบ้านเพื่อนฉันไปทางภูเขาบรรทัด ภูเขาที่ทอดยาวในภาคใต้  แต่ถ้าลงใต้ ก็จะเป็นทางไปแหล่งนกน้ำขนาดใหญ่ของภาคใต้ คือ แหล่งนกน้ำทะเลน้อย และทางไปบ้านนักเขียนซีไรท์ ถิ่นกำเนิดพัทลุง  “กนกพงศ์ สงสมพันธุ์”
 
“มอเตอร์ไซด์ กับเวลา หกโมงเช้า” ฉันยิ้มรับกับสายหมอกที่ปะทะหน้าของฉันอย่างเย็นยะเหยือก ผ่านวิถีชีวิตคนตอนเช้า ตลาดเช้า พระบิณฑบาต และการใส่บาตรตามวิถีพุทธ  ผ่านอุทยานแห่งชาติเขาปู่- เขาย่า  อุทยานประจำจังหวัดพัทลุง ผ่านน้ำตกเหรียงทอง ผ่านที่ว่าการอำเภอศรีบรรพต  แล้วมอเตอร์ไซด์ก็พาฉันถึงที่หมาย คือบ้านเพื่อนของฉัน ที่บ้านท่ายูง ตำบลตะแพน  แล้วฉันก็ยื่นเงินค่าโดยสารให้กับมอเตอร์ไซด์รับจ้างคนนั้น จำนวน 200 บาท เพราะฉันรู้สึกว่าฉันประทับใจกับการเดินทางครั้งนี้ และฉันก็รีบเร่งพอสมควรที่ให้เขาขับมาอย่างเร็ว
 
“เพื่อนเจ้าบ่าว”  เพื่อนฉันสมัยเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง ด้วยกัน วันนี้เพื่อฉันแต่งงาน ฉันดีใจที่เพื่อนฉันแต่งงาน  ฉันมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเพื่อนฉัน วันนี้ฉันเดินตามหลัง  กับ “เชี่ยนหมาก”  แล้วก็เดินทางไปบ้านเจ้าสาว ที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา การเดินทางที่ยาวไกล และเส้นทางที่ขรุกขระ แกเช่นเดียวกับความรักที่ไม่เคยเดินทางมาอย่างรายเรียบหรือไม่เคยมีอุปสรรคเลย จนถึงวันนี้   “วันที่ทั้งสองคนตกลงปลงใจแต่งงาน ร่วมใช้ชีวิตคู่กัน”
 
“เพื่อนฉันแต่งงาน”  ฉันดีใจกับเพื่อนฉัน 

แต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองตัวฉันเองว่า
 
“แล้ว เมื่อไหร่ล่ะ !!!   จะถึงเวลานั้นของฉัน”

“ฉันก็รอวันนั้นอยู่เหมือนกันนะ”
03 March

"มิตรภาพ...ผ่านทาง"

มิตรภาพ...ผ่านทาง

"ฉันเจอมิตรภาพบนพื้นฐานของการพูดคุย"
 
"พิพิธภัณฑ์อูบคำ จังหวัดเชียงราย" ฉันเดินเข้าไปอย่างคนที่ไม่รู้ ว่าฉันเดินเข้ามาที่นี่ทำไม แต่ฉันรู้ว่าที่นี่น่าค้นหาในความคิดฉัน  ฉันเลยเดินเข้าไป ค่าบัตรเข้าชม คนไทย 100 บาท เด็ก 50 บาท ต่างชาติ 200 บาท
ฉันเดินเข้ามาที่นี่ ฉันคือนักท่องเที่ยวคนเดียวที่อยู่ที่นี่ในเวลานี้ ฉันไม่ได้เจอแค่ตัวพิพิธภัณฑ์ อาคาร หรือวัตถุโบราณที่ถูกจัดวางไว้อย่างดีเพื่อรอให้สายตาฉันชมสิ่งเหล่านั้น ฉันได้เจอมิตรภาพในที่แห่งนี้ด้วย
 
"คนบรรยาย"  เขาเข้ามาต้อนรับฉันตั้งแต่ฉันเดินเข้าไป และเขาก็ทำหน้าที่ของเขาได้ดีในเรื่องการอธิบายสิ่งต่างๆ ที่วางอย่างเงียบสงบในตู้ตรงหน้าฉัน จังหวะการคุยฉันรู้ว่าอาจจะเกิดจากความเข้าใจของเขา แต่ส่วนหนึ่งเขาคงท่องจำเอาไว้อย่างดี จังหวะการพุดแบบนี้ เป็นที่รู้กันครับ แต่เขาไม่ลืมที่จะตอบคำถามฉัน กับสิ่งที่ฉันถาม เพระาฉันสนใจเป็นพิเศษกับการฟังเรื่องราววัตถุโบราณต่าง ๆ ฉันเดินชมอยู่ 1 ชั่วโมง
 
"ปกติ ผมพาเดินเพียง 45 นาทีเองครับ แต่ผมเห็นพี่สนใจ ผมเลยคุยไปพาเดินไปชั่วโมงหนึ่งครับ"
นี่คือการเปิดใจของเขา หลังจากที่ฉันเดินชมเสร็จ เขาก็ยกน้ำชา อุ่นมาให้ฉัน ฉันยกชาที่ดีต่อสุขภาพตามที่เขาเล่าสรรพคุณจากน้ำที่แตะปากฉันอยู่ อย่างคล่องแคร่ว ฉันพยักหน้ารับ อืมมม สดชื่นจริง ๆ
เขาหมดหน้าที่แล้ว เขาควรกลับไปนั่งพัก แต่เขาไม่ทำอย่างนั้น เขามานั่งคุยกับฉันอีกหนึ่งชั่วโมง ในสัพเพเหระ และฉันก็ถามแนวคิดเขาว่ามาทำงานที่นี่ได้อย่างไร
"ผมเคยทำงานที่โรงแรมครับ แต่ผมชอบเรื่องประวัติศาสตร์ ผมเลยมาสัมครที่นี่ ผมชอบครับ"
เขาคุยกับฉันอย่างเป็นมิตร เราแลกเปลี่ยนการทำงานที่แตกต่างกันให้ฟังซึ่งกันและกัน
จนถึงเวลาที่ฉันต้องไปขึ้นรถทัวร์ที่ บขส.แล้ว ฉันลาเขา เขาลาฉัน
การลา คือการจาก  แต่การจากคือมิตรภาพที่ส่งถึงกัน
ถึงแม้สองชั่วโมงก่อน เราเป็นคนแปลกหน้า
หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันเป็นลูกค้าเขา
แต่ชั่วโมงนี้เราเป็นมากกว่าคนแปลกหน้า และมากกว่าลูกค้า  (ถึงแม้จะไม่รู้จักชื่อกันก็ตาม  แต่ฉันว่านี่คือมิตรภาพภายใต้การไม่ต้องการอะไรตอบแทน)
 
"เขาเป็นผู้แนะนำที่ดี ที่ให้ความรู้ต่อฉัน"
แต่
"ฉันก็เป็นลูกค้า ผู้ต้องการความรู้ที่ดีเหมือนกัน"
 
แล้วรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่ฉันเรียกมานั้น ก็พาฉันหายไปจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
แต่ฉันยังไม่ลืมความรู้ ความสวยงาม ความร่มรื่น กลิ่นไอของน้ำชา และมิตรภาพที่ฉันได้รับเลย
28 February

"เดียวดาย ... ไม่โดดเดี่ยว"

เดียวดาย ... ไม่โดดเดี่ยว

"ฉันเดินทางเพียงคนเดียวตามลำพัง  แต่ฉันได้รับมิตรภาพรายทางมากมาย"
 
"ฉันไปเชียงราย" .....ฉันคิดและไตร่ตรองไม่นานต่อการตัดสินใจของฉัน
"รถทัวร์"   พาหนะของฉันในค่ำคืนนี้ ฉันนั่งหลับมากับมัน ฉันรู้สึกอบอุ่นที่มีมันมาเป็นเพื่อนร่วมทางของฉัน
"ลาบหมู" ที่ร้านลุงมั่น อาหารมื้อแรกของฉันในเที่ยงวันนี้
"รถจิ๊ป สีขาว"  พาหนะที่ฉันไม่เคยลืมมันเลย เพราะมันพาฉันขึ้นไปบนดอยสูงที่การเดินทางลำบากเป็นอย่างมาก
"บ้านไม้ไผ่หลังคามุงจาก"  จะไม่ให้ฉันได้อย่างไร เพราะมันสร้างความอบอุ่นให้ฉันในคืนนี้  ฉันจะไม่หนาวแล้ว
"แม่น้ำกก" ฉันกระโดดลงบ่อน้ำขนาดใหญ่ของฉัน ฉันเล่นน้ำ อาบน้ำร่วมกับชาวบ้าน  ฉันสระผมและถูสบู่ กับน้ำขนาดใหญ่ของฉันที่มีน้ำไหลเอื่อยๆๆ
"ผักกูดและไข่เจียว" ฉันได้สัมผัสมันจากการที่ชาวบ้านทำให้ฉันกิน ฉันอิ่มใจ อิ่มท้อง 
"พริกหยวกเผากับน้ำปลา"  คือเครื่องปรุงที่ลิ้นฉันได้สัมผัส
"ไฮโล" กีฬาที่ไม่ค่อยเสียเหงื่อมากเท่าไหร่ของฉันในค่ำคืนนี้ ชาวบ้านทั้งแก่ เด็ก หนุ่ม สาว ล้อมวงกันอย่างสง่างาม กับกีฬาคลายเครียดของเขา ฉันก็พลอยคลายเครียดไปกับพวกเขาไปด้วย  แต่ฉันเริ่มเครียดแล้วหล่ะ เมื่อเริ่มแพ้ชาวบ้าเข้าแล้ว
"ผ้าห่ม"  ฉันรักเธอจังเลย ฉันจะไม่ลืมเธอเลย ฉันไม่เคยรู้เลยว่า กุมภาพันธ์ จะสร้างไออุ่นหนาวให้ฉันสัมผัส ฉันนอนคนเดียว ฉันไม่เหงาเลยเพราะฉันมีเธอ ผ้าห่มจ๋า ฉันตกหลุมรักเธอเข้าแล้วหล่ะ
"ไข่เจียวและปลาทูเค็ม" ฉันจำได้ตอนเด็กๆ แม่เคยทอดให้ฉันกินอยู่ปล่อย ๆ  เช้าที่สดใสของวันนี้ฉันคิดถึงแม่จับใจ เพราะปลาทูเค็มที่ฉันถืออยู่ในมือ คืออาหารที่ฉันเติบโตมา แม่ฉันทอดได้อร่อยที่สุด
"บ้านหาดยาว"  ฉันจะไม่ลืมเลย การเดินทางที่ไม่มีใครเที่ยว มันสนุกและเก็บเกี่ยวความสุขได้เยอะ แบบนี้เอง ฉันรู้แล้ว
"รถจิ๊ป สีขาว" พาฉันท่องลงมาจากดอยสูง กับยอดดอยที่ฉันเห็นบรรยากาศข้างล่าง รถจิ๊ปสอนฉันให้เก็บความทรงจำในทุกรายละเอียด
"ลาบหมู" ลุงมั่น ยังต้อนรับฉัน ฉันขอกินใหหนำใจก่อนกลับ
"รถทัวร์" เธอไม่เคยลืมฉัน และฉันก็ไม่เคยลืมเธอ เพระาเธอนำพาฉันมาถึงที่หมายของฉันอย่างปลอดภัย
 
"ฉันรักตัวเอง ถึงแม้ฉันเดินทางเพียงเดียวดาย แต่ในใจของฉันมีพ่อที่ฉันรัก มีแม่ที่แนเคารพ มีพี่น้องที่ฉันห่วงใย มีใจกับเพื่อนๆ ฉัน และที่ทำงานฉันฉันก็ไม่เคยลืมพวกเขาเลย"
 
"ฉันกลับมาทำงานอย่างอิ่มใจ"
24 February

"ขอบคุณ"

ขอบคุณ

"ขอบคุณที่บอกฉัน"
ขอบคุณที่ทำให้ฉันแข็งแรง"
"ขอบคุณที่ทำให้ฉันมีสติ"
"ขอบคุณตัวฉัน"
 
ฉัน ต้องขอบคุณ ทุกเหตุการณ์ที่ฉันประสบ
เพราะนั่นคือชีวิตที่ฉันจะต้องเจอ และสิ่งเหล่านั้นสอนฉันได้จริง ๆ
 
ฉันจะมีสติ   - - - -ฉันจะพยายาม
ฉันจะไม่ทำร้ายใคร ---- ฉันจะพยายาม (ถ้าไม่ทำร้ายฉันก่อน)

ฉันรู้แล้วว่าวันนี้ทำควรทำอย่างไร 
สิ่งนี้คือสิ่งที่ทำให้ฉันทำงานอย่างสนุกและมีความสุข
 
ฉันขอบคุณคนรอบตัวฉันที่ทำให้ฉันเข้มแข็ง
ฉันขอบคุณพ่อแม่ฉันที่สอนให้ฉันเท่าทันคน
ฉันขอขอบคุณหลวงตา ที่ทำให้ฉันมีสติ
 
"นี่แหละคือคำขอบคุณของฉัน"
23 February

"รูปถ่ายที่อยู่ในมือฉัน"

รูปถ่ายที่อยู่ในมือฉัน

"แล้วฉันก็ยืนอยู่ด้านหน้าเครื่องทำลายร่างกายมนุษย์"

ฉันยืนมองปล่องควันที่มีสีดำทมึน  มันช่างเป้นความดำที่เข้ามาขังอยู่ในใจของฉันเหลือเกิน
ฉันเก็บอารมณ์นั้นไว้อยู่ในใจ และยืนดูมันต่อไปจนกว่าสีดำนั้นจางลงและค่อย ๆ หายไป
ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย  ว่าวันหนึ่งฉันยืนอยู่ตรงนั้น กับรูปถ่ายที่ฉันถืออยู่ในมือ
 
"รูปถ่ายพ่อของฉัน"
 
ฉันไม่ร้องไห้ ไม่ใช่เพราะฉันเข้มแข้ง แต่ฉันไม่ต้องการให้คราบน้ำตาฉันไปเปื้อนอยู่บนใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของรูปถ่ายพ่อฉัน

วินาทีแรกที่ตัวน้อย ๆ ของฉันอยู่ในอ้อมกอดท่าน จนถึงวันที่ฉันเติบโต และอ้อมกอดนั้นจากฉันไป
 ฉันมีความสุขทุกวัน .... ท่านให้ลมหายใจฉัน  และลมหายใจที่ท่านให้ฉัน ฉันจะสร้างพลังให้ตัวฉันเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
 
 แผ่นดินที่กลบ ....เถ่าถ่าน...ของท่านอยู่
 
"ฉันคิดถึงรูปถ่ายนั้น ฉันคิดถึงคนที่อยู่ในรูปถ่ายนั้น ฉันไม่เรียกร้องที่จะอยู่ในอ้อมกอดของคนในรูปถ่ายนั้น
เพราะรูปถ่ายและคนที่อยู่ในรูปถ่ายนั้น มาอยู่ในใจของฉันตลอดเวลา ทุก ๆ ลมหายใจ"
22 February

"เพื่อนฉันร้องไห้"

เพื่อนฉันร้องไห้

"ยังยิ้มได้"

คืนนี้ที่ร้านโอลล์เล้งของฉัน  ฉันไปนั่งฟังเพลงดูคอนเสิร์ต Frindship ที่หยิบเอาเอาเวทีใหญ่ คอนเสิร์ต ซึม เศร้า เหงา แฮงค์ ของน้าแอ๊ด คาราบาว แต่คืนนี้น้าแอดไม่ได้มา  
ฉันไม่อยากจะเล่าบรรยากาศในคอนเสิร์ตหรอกนะ  เพราะมันก็สนุกอยู่แล้ว ตามระเบียบ
แต่คนที่นั่งดูคอนเสิร์ตกับฉันคือเพื่อนของฉัน
เธอนั่งร้องไห้ ตลอดเวลา กับทเพลงที่บรรเลงอย่างมีความสุข อยู่บนเวที
ฉันก็สงสัยในใจ ว่า ฉันชวนเธอมา ฆ่าตัวเธอเองหรือเปล่า เพราะฉันรู้ว่ามีเหตุผลหลายๆอย่างที่เธอไม่สามารถบอกกับฉันได้หมดในบทเพลงเหล่านั้น
แต่ฉันไม่ถามหรอก ฉันไม่อยากรู้

แต่สิ่งที่ฉันจะต้องทำตอนนนี้ คือ ยิ้ม หัวเราะ และมีความสุขที่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น ฉันต้องทำมัน แล้วฉันก็ครอเพลงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา
ในขณะที่เธอในมือเต็มไปด้วยทิชชู่ที่ปดบังแววตาของเธออยู่ เธอเอามันมาซับความทรงจำของเธอ
แต่ความสุขที่ฉันแสดงออกนั้น  ฉันไม่ต้องการเยาะเย้ยคราบน้ำตาของเพื่อนฉัน ฉันไม่ต้องการให้รอยยิ้มฉันทำให้นำตาเพื่อนฉันหยุดไหล
แต่ฉันเชื่อว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะฉันนี่แหละ.....ที่จะส่งให้เพื่อนของฉันยังยิ้มได้ เมื่อน้ำตานั้นได้หยุดไหลไปแล้ว
 
""รอยยิ้มกับคราบน้ำตาบนใบหน้าเพื่อนฉัน"   ฉันงงเล็กน้อย
 
 
แต่ฉันเชื่อว่านั่นเป็นเพียงแค่ร่องรอยของคราบน้ำตา ที่ติดอยู่บนใบหน้า เมื่อเธอล้างหน้าคราบน้ำตานั้นก็จะหายไปกับสายน้ำ
แต่คราบดำที่ติดอยู่ในใจเพื่อนฉันคงต้องใช้เวลาอีกนิ๊ด ที่จะล้างมันออกไป
 
ฉันเลยยปล่อยให้เธอร้องไห้ไป อย่างไม่ขัดขวาง เพราะน้ำตาของเธอจะไปชำระล้างจิตใจของเธอเอง
เธอทำได้ ฉันเชื่ออย่างนั้น